7.02.2009

PAUL FRANK
















































เคย
ปั่นจักรยาน แค่ตอนวัยเยาว์เท่านั้น แต่ตอนนี้อยากมีเพียงซักคัน
เอาไว้ปั่นไปเผชิญโลกกว้างบ้าง เผื่อจะพบเจออะไรดีดี !!!

http://www.paulfrank.com/products/bikes/

6.30.2009

John Storer House

John Storer House
บ้านของ John Storer นับเป็นบ้านหลังแรกที่ใช้เหล็กเส้นเสริมความแข็งแรงให้กับคอนกรีตบล็
อก และถือเป็นบ้านที่มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดาบ้าน Block House ของ FRANK LLOYD WRIGHT



บ้าน 2 ชั้นหลังนี้ก่อสร้างในแนวตั้ง ใช้การลดหลั่นเล่นระดับชั้น เพื่อให้ตัวบ้านมีความน่าสนใจและมีความแปลกใหม่ ห้องรับแขกไม่ได้ถูกออกแบบให้อยู่ในชั้นแรกเหมือนบ้านโดยปกติทั่วไป แต่อยู่ชั้นบนในห้องโล่งกว้าง เพดานสูง ซึ่งเพิ่มความงดงามตามธรรมชาติด้วยแสงสว่างที่ส่องลอดมาจากผนังกระจกแนวตั้ง คั่นด้วยผนังคอนกรีตบล็อกโดยรอบห้อง ก่อให้เกิด เงาเข้มของแสงภายในห้องในระดับที่ต่างกัน และเมื่อมองลอดแนวกระจกออกไปจะเห็นทิวทัศน์ของ Hollywood และหุบเขา San Bernardino นอกจากนี้ภายนอกตัวบ้านยังล้อมรอบไปด้วยสนามหญ้ากว้าง ระเบียงยาวด้านหลัง ทำให้บ้านดูสงบเงียบ และสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี


http://www.bareo-isyss.com/14/frank_003.htm

6.23.2009

สถาปนิกคนสำคัญ FRANK LLOYD WRIGHT









FRANK LLOYD WRIGHT

แฟรงก์ ลอยด์ ไรต์
(8 มิถุนายน พ.ศ. 2410 - 9
เมษายน พ.ศ. 2502)
สถาปนิกคนสำคัญคนหนึ่งของโลกในศตวรรษที่ 20

แฟรงค์ ลอยด์ ไรต์ เกิดที่ เมืองริชแลนด์
เซนเตอร์ ใน รัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา ได้เข้าเรียนสาขาวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน และลาออกไปทำงานด้านสถาปัตยกรรมทั้งที่เรียนไม่จบ
เขาอาศัยและตั้งสำนักงานอยู่ที่เมืองโอกพาร์ก บริเว
ณชานเมืองชิคาโก ในรัฐอิลลินอยส์ ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมที่สำคัญ เนื่องจากเป็นที่รวบรวมบ้านพักที่เขาออกแบบไว้กว่า 50 หลังรวมทั้งตัวสำนักงานและบ้านพักของเขาด้วย









เขาออกแบบบ้านตามแนวคิด "Prairie Houses" ซึ่งหมายถึง "อาคารคือสิ่งมีชีวิตที่งอกขึ้นจากผืนดิน" แทนที่จะเป็นเพียงอาคารที่วางตั้งอยู่อย่างแปลกแยกกับธรรมชาติ ผลงานที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดคือการออกแบบบ้านที่ตั้งอยู่เหนือน้ำตก แห่งหนึ่ง ชื่อว่าบ้าน Falling Water สร้างเสร็จในปี 2482 ตั้งอยู่ที่รัฐเพนซิลวาเนีย นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ออกแบบอาคารพิพิธภัณฑ์ Solomon R. Guggenheim Museum ซึ่งเป็นรูปทรงหมุนวนต่อเนื่องเหมือนที่เปิดจุกก๊อก ไรต์เปิดสำนักงานและอาศัยอยู่ที่เมืองโอกพาร์ก (Oak Park) ชานเมืองชิคาโก รัฐอิลินอยล์ ซึ่งมีอาคารที่เขาออกแบบไว้กว่า 50 แห่ง จากผลงานทั้งหมดประมาณ 362 ชิ้น ซึ่งประมาณกันว่ายังคงเหลืออยู่ 300 ชิ้น
Prairie Houses
"Prairie Houses" หรือ "organic architecture", ถือเป็นการคิดค้นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สำคัญ และแตกต่างจากที่คุ้นเคยกันใน Europe อย่างสิ้นเชิง หากแต่ไม่เป็นที่เข้าใจของสาธารณะใน สหรัฐอเมริกา ขณะนั้น จนกระทั่งในปี 1914 เขาไป ญี่ปุ่น เพื่องานออกแบบ the Imperial Hotel in Tokyo สร้างเสร็จในปี 1919. ช่วงนั้นเขามีสำนักงานออกแบบที่ Chicago, Tokyo, and California. เขาได้สร้าง "Taliesin" เป็นที่สำนักงานถาวร ใกล้เมือง Spring Green, Wisconsin. In 1938, ได้ตั้งเพิ่มอีกสำนักงาน Taliesin West ใกล้เมือง Phoenix, Arizona.

ผลงานที่มีชื่อเสียง
-บ้านรอบี (Robie House)


ณ เมืองชิคาโก Wrightเริ่มก่อสร้างโครงสร้างหลักๆ ของบ้าน Prairie House ซึ่งอาคารภายนอกนั้น มีจุดเด่นที่ระนาบในแนวนอนยาว
ทำให้บ้านดูเป็นแผ่นยาวๆ รูป ทรงเรขา
คณิตของ Frank Lloyd Wright ได้รับแรงบันดาลใจบางส่วนมาจากลวดลายของญี่ปุ่น ประดับอยู่ตามส่วนต่างๆ ของงานตกแต่งภายใน รูปทรงตารางจตุรัสและสี่เหลี่ยมผืนผ้า รวมถึงเส้นสายที่โปร่งเบาและรูปทรงกลม ห้องรับประทานอาหารและส่วนรับแขกที่เต็มพื้นที่ทั้งชั้น และแบ่งคั่นด้วยเตาผิงกลางขนาดใหญ่ ห้อง รับประทานอาหารมีจุดเด่นคือโต๊ะทานอาหารขนาดใหญ่ และประดับด้วย เครื่องประดับไม้ โคมไฟแก้วและถ้วยใส่ดอกไม้ที่มุมโต๊ะทั้งสี่ รายรอบด้วยเก้าอี้ 6 ตัวรอบๆ โต๊ะ ซึ่งเก้าอี้มีจุดเด่นที่พนักพิงสูง คล้ายกับเก้าอี้ที่ออกแบบโดยนักออกแบบชาวอังกฤ
Charles Rennie Mackintosh ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้นั่งนั้นต้องนั่งหลังตรง ที่นั่ง ขาเก้าอี้ และพนักพิงได้ตัดทอนให้มีรูปทรงที่เรียบง่าย
พนักพิงไม้แนวตั้งที่ใช้ไม้หน้าเหลี่ยมที่ยาวไปจดขาหลัง เป็นองค์ประกอบที่เพิ่มความแข็งแรงให้เก้าอี้
ดังนั้นไม้รัดขาล่างเพียง 2 ชิ้นก็
เพียงพอสำหรับความแข็งแรงให้ขาเก้าอี้ ในฐานะที่เขาเป็นผู้ออกแบบเนื้องานทั้งหมดให้กับลูกค้า Wright ออกแบบเฟอร์นิเจ
อร์ คุณภาพสูงเพื่อบ้าน Robie House โดยเลือกใช้ไม้โอ้คเนื้อแข็งและเลือกใช้ช่างที่มีความชำนาญสูง ทั้ง Wright และ Mackintosh ได้พัฒนาเก้าอี้ที่มีพนักพิงสูงในราวๆ ปี 1895 และต่างก็ใช้ในงานออกแบบภายในอาคารของพวกเขา แม้ว่าจะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในเก้าอี้ทั้ง 2 ตัว โดย Wright ใช้เก้าอี้ของเขาเพื่อตกแต่งบ้านของเขาที่เมือง Oak Park รัฐอิลลินอยส์ ในปี 1895 จนกระทั่งถึงปี 1910 Wright ได้ออกแบบเก้าอี้แบบอื่นๆ ที่มีพนักพิงหลังยาวเป็นพิเศษ รวมถึงเก้าอี้ตัวนี้ด้วยซึ่งมีจุดเด่นที่ความเรียบง่ายอย่าง ไรก็ตาม ด้วความรู้สึกที่ดูเคร่งขรึมของห้องรับประทานอาหารในบ้าน Robie House แห่งนี้ ทำให้ดูบรรยากาศเหมาะกับพิธีฉลองมากกว่าการทานอาหารธรรมดาๆ ของครอบครัว ห้องนี้จึงถูกสงวนไว้เพื่อโอกาสพิธีสำคัญๆ เท่านั้น ในขณะที่สมาชิกในครอบครัวนิยมทานอาหารกันที่โต๊ะเล็กมากกว่า แต่ก็ยังใช้เก้าอี้ตัวนี้ที่ออกแบบโดย Frank Lloyd Wright

-ฟอลลิงวอเทอร์ (Fallingwater)















-อาคารจอห์นสัน แวกซ์ (Johnson Wax Building)














-พิพิธภัณฑ์ โซโลมอน อาร์. กุกเกนไฮม์ (Solomon R. Guggenheim Museum)
































อ้างอิงข้อมูลจาก
http://th.wikipedia.org/wiki/แฟรงก์ ลอยด์ ไรต์
http://guru.sanook.com/history/topic/แฟรงก์ ลอยด์ ไรต์ สถาปนิกชาวอเมริกัน ถึงแก่กรรม
http://www.artgazine.com/shoutouts/viewtopic.php?t=1960
http://www.212cafe.com/boardvip/view.php?user=decvip&id=63
อ้างอิงรูปภาพจาก
http://www.minusfive.com/.../about-frank-lloyd-wright
http://www.algeria.com/.../17711-architecture.html
http://www.delmars.com/wright/flw8-15.htm
http://www.artgazine.com/shoutouts/viewtopic.php?t=1960
http://www.ci.chi.il.us/Landmarks/R/RobieHouse2.html
http://www.art.com/products/p13867622-sa-i2769133/dmitri-kessel-interior-views-of-the-frank-lloyd-wright-designed-solomon-r-guggenheim-museum.htm
http://www.ericness.com/v5/index.php?showimage=10